Make your own free website on Tripod.com
"เพาะถั่วงอกกินเอง"


          ในบรรดาพืชผักทั้งหลายที่มีขายอยู่ตามท้องตลาด ผักที่อายุสั้นที่สุดดูเหมือนจะเป็นถั่วงอกนี่แหละ แค่เพียงข้ามคืนหลังจากที่โตเต็มที่และถูกเอาออกมาขาย ความสดใหม่ก็จะหมดไปโดยเร็ว อาหารส่วนใหญ่ที่เป็นอาหารจีน ที่เป็นอาหารจานเดียวอย่างหอยทอด ขนมผักกาด ก๋วยเตี๋ยวแคะ ก๋วยเตี๋ยวแต้จิ๋ว หรืออย่างก๋วยเตี๋ยวหลอดที่มีถั่วงอกเป็นหลักสำคัญ แม้กระทั่งก๋วยเตี๋ยวผัดที่ขอยืมชื่อไทยมาใช้อย่างก๋วยเตี๋ยวผัดไทยก็ตาม ยังขาดถั่วงอกไม่ได้ ตอนกลางคืนใครที่เป็นคอข้าวต้มต้องยอมรับว่า ผัดถั่วงอกเต้าหู้หมูสับนั้นเป็นขวัญใจจานหนึ่ง ไม่แพ้คะน้าหมูกรอบที่สั่งกันจนติดปาก เมื่อนึกไม่ออกว่าจะกินอะไรกันดี

          ถั่วงอกถูกจัดอยู่ในจำพวกผักที่หาซื้อง่าย มีขายอยู่ทุกตลาด ราคาก็ไม่แพง  ตามที่ได้ทราบมา โรงงานเพาะหรือผลิตถั่วงอกในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีอยู่ไม่มาก ตลาดยังต้องการอีกมากพอควร การมีโรงงานไกลจากผู้บริโภคนั้นทำให้ถั่งงอกไม่สด เพราะไปเสียเวลาในการเดินทาง จึงมีความจำเป็นที่จะต้องผลิตใกล้ๆ กับตลาดจึงจะดี

          ผมได้รับความรู้จากมูลนิธิศูนย์สื่อเพื่อการพัฒนาและเห็นว่าเป็นประโยชน์ จึงนำมาเผยแพร่กับผู้อ่านและผู้ที่สนใจ เพราะเนื่องจากถั่วงอกที่มีขายตามท้องตลาดนั้น ค่อนข้างจะมีอันตรายจากสารเคมีที่เขาใช้ในกระบวนการเพาะและนำออกขาย เช่นในระหว่างที่เพาะก็จะใส่สารที่ทำให้ถั่วงอกอวบอ้วน และเมื่อจะเอาออกชายก็ใช้สารกัดรากและสารฟอกให้ขาว บางทีก็เพิ่มสารที่ทำให้กรอบเข้าไปด้วย มันจึงเป็นเรื่องที่ผู้บริโภคจะต้องมาเสี่ยงกับผักชนิดนี้ ทั้งที่ไม่ควรจะมีสารอะไรก็น่าขายได้ แต่เมื่อผู้บริโภคทั่วไปชอบเอาตาของตนวัดคุณภาพ ก็เลยต้องแย่เพราะสารตกค้างในพืชในผักอย่างที่เคยพูดเอาไว้นั่นแหละครับ ด้วยเหตุฉะนี้ ผมจึงอยากให้เราหันมาพึ่งตนเองด้วยการเพาะถั่วงอกกินเองในครอบครัว หรือเหลือก็ขายได้เป็นรายได้เสริม เป็นวิธีง่ายๆ 2-3 วิธี ในหลายๆ วิธีที่มีอยู่ วัสดุอุปกรณ์ก็หาง่าย ทำก็ง่าย เพียงแต่ต้องมีเวลาให้สักหน่อยจึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์ ท่านที่ไม่ค่อยอยู่บ้านหรือใจไม่รักจริงๆ ก็รู้ไว้ได้ประโยชน์ครับ แต่ทำไม่ได้เพราะต้องอยู่กับมัน คอยรดน้ำทุกๆ 2-3 ชั่วโมงเหมือนเลี้ยงลูกอ่อน เคยมีคนที่รู้จักเขาทำงานออฟฟิศ เขาขยันขนาดเอาถั่วงอกเพาะไว้ในขวดใส่ท้ายรถไปทำงานด้วย เอาไปวางไว้ที่ห้องน้ำแล้วก็รดน้ำจนได้ผลเลยครับ ต้องขอชมเชยความวิริยะอุตสาหะจริงๆ

          ถั่วงอกนั้นเขาเพาะจากถั่วเขียวที่มีขายทั่วๆไปนี่แหละ ยิ่งเป็นถั่วเขียวใหม่ที่ไม่ค้างปียิ่งดี การงอกจะดีมาก เมื่อเมล็ดถั่วเขียวได้ความชื้นและอุณหภูมิที่พอเหมาะก็จะแทงรากและต้นออกมาเพื่อสืบทอดเผ่าพันธุ์ของมัน ถั่วงอกประกอบด้วยสามส่วนคือ รากที่อยู่ปลายของต้นอ่อน ต้นอ่อนที่เรากินสีขาวๆนั่นแหละ และใบเลี้ยงที่มีสีเขียวติดอยู่ หรือที่เราเรียกว่าหัวมันนั่นเอง   คุณประโยชน์ของถั่วงอกมีมากมาย อาจจารไนให้ฟังได้บ้างคือ มีทั้งโปรตีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 และวิตามินซี ที่สำคัญมีกากใยอาหารที่จำเป็นสำหรับร่างกาย ซึ่งทำหน้าที่ช่วยในการขับถ่ายและจับไขมันส่วนเกิน อันเป็นการช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ อยู่ในระดับค่อนข้างดีพอควรเลยทีเดียว คนที่ต้องการควบคุมน้ำหนักหรือลดความอ้วน ถั่วงอกนี้เป็นอาหารที่ช่วยได้เป็นอย่างดี

          ถั่วงอกนั้นเพาะง่ายมาก เพียงมีอุปกรณ์ไม่กี่อย่างเท่านั้น เราก็สามารถเพาะถั่วงอกกินเองที่บ้านได้เลย เมล็ดถั่วเขียวที่จะเอามาเพาะนั้นควรเลือกซื้อที่เป็นเมล็ดใหม่ๆ หน่อย  มักจะหาได้ตามร้านขายพืชผักปลอดสารพิษทั่วไป ถ้าเราต้องการถั่วงอกเท่าใดก็ให้เอา 6 หารดู แล้วใช้ถั่วเขียวเท่านั้น เช่นต้องการถั่วงอก 3 กิโลกรัม ก็ใช้ถั่วเขียวเพียงครึ่งกิโลกรัม และเมื่อครบกำหนดแล้ว จะได้ถั่วงอก 3 กิโลกรัมอย่างต้องการ คือได้ผลเป็น 5 เท่าของเมล็ดถั่วเขียวดิบ เอาเมล็ดถั่วเขียวมาล้างให้สะอาด แล้วเอาอุ่นซึ่งคือการเอาน้ำร้อนผสมน้ำเปล่าในอัตรส่วนที่เท่ากัน แช่ถั่วเขียวไว้คืนหนึ่ง (ประมาณ 6-8 ชั่วโมง) เราจะได้เมล็ดถั่วเขียวที่พร้อมจะเพาะในทุกๆ วิธี

          วิธีแรก  ใช้ถาดขอบสูงหรือทัปเปอร์แวร์ทรงสี่เหลี่ยม เอาผาออก เอาผ้าขาวบางพับสักสองสามชั้น วางลงที่ก้นภาชนะนั้น ใช้กระบอกฉีดน้ำ หรือเทน้ำลงบนผ้าขาวบางนั้นให้น้ำชุ่มผ้าแต่อย่าให้ท่วมขึ้นมาบนผ้า เอาถั่วเขียวที่แช่ค้างคืนไว้มาโรยลงบนผ้าแล้วเกลี่ยไปให้ทั่วๆ จากนั้นเอากระดาษหนังสือพิมพ์มาปิดครอบปากภาชนะไว้พื่อไม่ให้โดนแสงแดด  การวางภาชนะนั้นต้องวางในที่ร่มเสมอ จากนั้นใช้กระบอกฉีดน้ำให้ทั่วและชุ่ม ทุก 3-4 ชั่วโมง ทำอยู่อย่างนี้ประมาณ 3 วัน ถั่วงอกจะโตพอดี ก็นำไปกินได้เลยครับ แต่สำหรับท่านที่ต้องออกไปทำงานนอกบ้านหรือตอนกลางคืนไม่สามารถตื่นมารดน้ำได้ แล้วไม่ได้รดน้ำหรือไม่ชอบพกกะบะถั่วงอกไปทำงานด้วย ให้เอากระบะเพาะหรือภาชนะเพาะนั้นไปใส่ไว้ในตู้เย็นแล้วให้น้ำตอนเช้า ตอนเย็น และก่อนนอนก็พอจะกล้อมแกล้มไปได้ แต่ถั่วงอกที่ได้จะไม่งามเหมือนรดน้ำตามกำหนดนะครับ ต้องทำใจกันหน่อย และหลังจากที่เอาถั่วงอกไปกินแล้ว ต้องเอาภาชนะและผ้าไปล้างและซักให้สะอาด ตากแดดด้วย เพื่อจะได้ใช้ในครั้งต่อไป

          วิธีที่สอง  อันนี้เพาะที่บ้านได้ ที่ทำงานก็ได้ คือหิ้วมาหิ้วไปได้ เป็นการเพาะถั่วงอกแบบกระเป๋า คือใช้ถุงไนล่อนหรือถุงผ้าไนล่อนนั่นเอง เริ่มด้วยการเย็บผ้าไนล่อนสีดำให้เป็นถุงหูรูดมีเชือกสอดอยู่ที่ขอบบริเวณปากถุง คล้ายๆไถ้ที่ใส่ของนั่นแหละครับ อย่าให้ใหญ่มาก ขนาดสัก 5-8 นิ้ว และสูงหรือลึกสัก 8-10 นิ้วก็ได้ นำถั่วเขียวที่แช่น้ำแล้วตามที่บอกข้างต้น สักประมาณ 1-2 กำมือ แล้วแต่ขนาดของถุงใส่ลงไป จุ่มถุงลงไปในน้ำให้ชุ่ม หรือเปิดก๊อกรดให้ชุ่มก็ได้ แขวนถุงไว้อย่าให้โดนแสงแดด จากนั้นจุ่มน้ำให้ชุ่มถุงหรือรดน้ำให้ชุ่มถุงทุกๆ 3-4 ชั่วโมง เป็นเวลา 3 วัน ก็จะได้ถั่วงอกที่ขาวสวยไว้กิน ส่วนท่านที่ไม่มีเวลาดังว่า ก็เอาถุงนั้นแช่ในตู้เย็นชั้นล่างๆ หน่อยนะครับ แล้วใช้วิธีให้น้ำเช้า กลางวัน เย็น และก่อนนอน คือพยายามให้น้ำตามเวลาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ก็จะได้ถั่วที่ไม่ค่อยงามนะครับ

          วิธีที่สาม  เราใช้ขวดโหลปากกว้างขนาดย่อมๆ หรือขวดกาแฟ ขวดโอวัลตินที่ไม่ใช้แล้วนั่นแหละ ขนาดบรรจุก็ควรจะเป็นสัก 400 กรัมขึ้นไป นำมาล้างให้สะอาด ตากแดดสักหน่อยเพื่อฆ่าเชื้อโรค เอาฝาเก็บไว้ เตรียมผ้าไนล่อนหรือผ้าขาวบาง 1 ผืน กว้างสัก 1 คืบและยาว 1 คืบจะพอเหมาะ รูปร่างจะเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัส ให้เอาถั่วเขียวที่เตรียมไว้คือแช่แล้วตามวิธีที่บอก ใส่ลงในขวดโหลนั้นสัก 1 กำมือ เอาผ้าขึงปิดปากขวดให้ตึงแล้วใช้หนังยางรัดของให้แน่น จากนั้นเปิดน้ำใส่ขวดให้ไหลผ่านผ้าลงไปให้ท่วมถั่ว แล้วเทน้ำทิ้ง ทำอย่างนี้สัก 2-3 ครั้ง จนถั่วชุ่มน้ำดี เช็ดขวดภายนอกให้สะอาด แล้วเอาถุงกระดาษสีทึบหรือซองเอกสารขนาดใหญ่มาห่อหรือใส่ขวดเข้าไป แล้ววางขวดในแนวนอน อย่าให้แสงเข้าปากขวด ให้ท่วมถั่ว เทน้ำออกอย่างที่ทำตอนแรก 2-3 ครั้งจนถั่วชุ่มน้ำ ทำอยู่อย่างนี้ 3 วัน ถั่วงอกก็จะโตขึ้นแน่นเต็มขวด เอาออกมากินได้เลย และถ้าหากไม่มีเวลารดน้ำทุกๆ 2-3 ชั่วโมง ก็ให้เอาใส่ตู้เย็นให้น้ำเช้า เย็น และก่อนนอน ก็จะได้ถั่วงอกเหมือนกัน แต่ก็ไม่สมบูรณ์เหมือนกับที่รดน้ำตามเวลา

          วิธีสุดท้าย  ที่จะเพาะถั่วงอกกินเองได้แบบง่ายๆ และสามารถเพิ่มปริมาณการเพาะให้มากขึ้นตามต้องการ จนถึงสามารถเอาไปขายเป็นอาชีพได้ นั่นคือาการเพาะถั่วงอกด้วยถังพลาสติกขนาดต่างๆ ตั้งแต่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4-5 นิ้ว ไปจนถึงถังใหญ่ขนาด 2 ฟุตเลยทีเดียว แต่ต้องให้เป็นถังทรงกระบอกเท่านั้น คือมีรูปทรงที่ก้นและปากมีเส้นผ่าศูนนย์กลางใกล้เคียงกัน คือปากไม่บานออกนั่นเอง และควรเป็นถังพลาสติกสีทึบไม่โปร่งแสง ยิ่งเป็นสีดำหรือสีน้ำเงินยิ่งดีมาก ที่สำคัญควรต้องมีฝาของมันด้วยนะครับ เอาไว้ใช้ปิดตอนเพาะ

          นำถังที่จะเพาะมาเจาะรูที่ก้น เพื่อใช้สำหรับระบายน้ำไม่ให้น้ำขัง ให้เจาะรูขนาด 1 หุน หรือ 1/8 นิ้ว เจาะรูให้ทั่วก้น โดยให้แต่ละรูห่างกันครึ่งนิ้วถึงหนึ่งนิ้วฟุต และเจาะรูด้านข้างถังด้วย โดยเจาะแถวแรกให้วัดระยะจากก้นขึ้นมา 3-4 นิ้วฟุต และเจาะรูห่าง 2 นิ้วรอบถัง ถ้าเป็นถังเล็กขนาด 12 นิ้วลงมาก็ควรเจาะสัก 2-3 แถวโดยให้มีระยะห่างของแต่ละแถวที่ 2-3 นิ้ว เพื่อระบายความร้อนที่เกิดจากการงอกถั่ว ถ้าหากเป็นถังใหญ่ขึ้น ก็ควรเพิ่มรูให้มากขึ้นด้วย เพื่อระบายความร้อนที่ดี ตัดฟองน้ำ 2 แผ่นโดยใช้ฟองน้ำหนาสัก 1 นิ้วหรือกว่านั้นเล็กน้อยก็ได้ ควรตัดให้พอดีกับก้นถังและปากถัง เอาฟองน้ำใส่รองก้นถัง 1 แผ่น เอาถั่วเขียวที่แช่น้ำตามวิธีข้างต้นใส่ลงในถังแล้วเกลี่ยให้เสมอกัน อย่าลืมคำนวณอัตราการเพิ่มของถั่วด้วยตามที่ได้บอกไว้

          ยกตัวอย่างเช่น ถ้าใช้ถังปากกว้าง 10-12 นิ้ว ก็ควรใช้ถั่วเขียวแช่น้ำแล้วสักครึ่งกิโลกรัมก็พอ จะได้ถั่วงอก 3 กิโลกรัม เต็มถังทีเดียว ไม่หลวมและไม่แน่นเกินไป จากนั้นใช้ผักบัวรดน้ำหรือใช้อะไรรดก็ได้ให้ถั่วชุ่มน้ำอย่างดี น้ำส่วนที่เหลือจะไหลออกทางก้นถัง เอาฟองน้ำอีกแผ่นปิดทับลงไป รดน้ำให้ชุ่มอีกครั้งหนึ่ง ปิดฝาเสีย แล้วเอาไปวางไว้ในที่ร่มทุกๆ 2-3 ชั่วโมง ให้เปิดฝาและฟองน้ำออก รดน้ำให้ท่วม ให้ชุ่ม และนานสักหน่อย เพื่อระบายความร้อนของการงอกและสร้างความชุ่มชื้น เพื่อการงอกที่ดีของถั่วเอาฟองน้ำปิดแล้วรดน้ำซ้ำลงบนฟองน้ำอย่างครั้งแรก เอาฝาปิดไว้อย่างเก่า ให้ทำอย่างนี้เรื่อยไปเป็นเวลา 3 วัน หากท่านขี้เกียจตื่นขึ้นมารดน้ำกลางคืนก็ให้เอาถังมาเปิดฝาออก โดยไม่ต้องเปิดฟองน้ำนะครับ เอาไปไว้ใต้ก๊อกล้างที่ติดอยู่ข้างฝาในห้องน้ำ เปิดน้ำให้หยดลงบนฟองน้ำเพื่อรักษาความชื้นและไล่ความร้อน แต่อย่าให้ถึงกับไหลโจ๊กเลยนะครับ มากไปเปลืองน้ำ ก็จะได้ถั่วงอกเหมือนกัน แต่จะไม่อ้วนท้วนสมบูรณ์เหมือนกับรดน้ำตามเวลา แต่อย่าทำแบบวิธีแรกๆ โดยเอาไปใส่ตู้เย็นนะครับ เดี๋ยวจะเกิดเรื่องกับคนในบ้านเสียเปล่าๆ ถ้าถังใหญ่ก็ยิ่งต้องรดน้ำนานหน่อย ถ้ารดนิดหน่อยจะระบายความร้อนไม่หมด ถั่วจะเน่าได้

          หลังจากเอาถั่วงอกมากินหมดแล้ว อย่าลืมล้างภาชนะให้สะอาดแล้วต้องตากแดดด้วยจะดีมาก เพราะบรรดาเชื้อไม่พึงประสงค์ทั้งหลายจะถูกกำจัดไปด้วยแดด จะได้ไม่ไปรบกวนถั่วเมื่อตอนที่เพาะอีกในครั้งต่อไป

          การเพาะถั่วงอกนั้นมีอีกหลายวิธีเหลือเกิน ใช้กระถางดินเผาก็ได้ ใช้หม้อดินก็ได้ ใช้หลัวหรือกระชุก็ได้ ใช้กระบุง ตะกร้าก็ได้ ใช้ไหหรือกระปุกตีนช้างก็ได้ หรือใช้โอ่งน้ำเล็กๆ ก็ได้ แต่ต้องมาดัดแปลงและต้องปรับวิธีการเอาเอง โดยใช้หลักการสำคัญก็คือ มีทางระบายน้ำได้ดี มีช่องระบายความร้อนได้ดี ไม่โดนแสง ให้น้ำสม่ำเสมอ ทุกๆ 2-3 ชั่วโมง วัตถุทรงกระบอกหรือทรงสูงจะดีมาก อาจจะหาวัสดุที่เก็บความชื้นได้ดีมาช่วยก็ได้ เช่น ทราย ขี้เถ้า แกลบ ก็ได้

          มีอีกอย่างหนึ่งครับ ถั่วงอกนั้นกินสดๆ จะได้ประโยชน์มากกว่ากินสุก นะครับ ถ้าผัดก็แค่สลบจะดีกว่ากรอบ อร่อยดีด้วย รสชาติก็ยังหวานอยู่ แล้วก็ไม่ต้องไปรังเกียจหัวหรือรากมันเลยครับ กินเข้าไปทั้งหมดนั่นแหละได้ประโยชน์มากจริงๆ ถ้าจะกินวันไหนก็ทำล่วงหน้าไว้สัก 3 วัน กะเวลาเอาได้เลย ไม่ต้องเสี่ยงกับสารตกค้างจากถั่วงอกจากโรงงานครับ ที่อวบๆ ขาวๆ ไม่มีราก หรือยิ่งไม่มีหัวนั่นแหละ อันตรายนัก ระวังกันหน่อยเดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน



โดย วัสชโย ชินะนาวิน ครัว 63 กันยายน 2542