Make your own free website on Tripod.com
ไข่.....สารพันคุณค่า...ทั้งยาและอาหาร

               ลกเดี๋ยวนี้ดูเล็กลงไปถนัดใจ ความรู้และเทคโนโลยีก็ก้าวไปไกล จนทำให้เราต้องรับรู้ข้อมูลข่าวสารต่างๆมากมาย มากมายจนไม่รู้ว่าอะไรถูกอะไรผิด ไม่รู้ว่าจะเชื่อใคร อันนี้ก็น่าเชื่อถือมีเหตุมีผล อันนี้ก็มีรายงานการวิจัย อันนี้ก็อาจารย์หมอพูด อันนี้ก็ทันสมัยฝรั่งกำลังเห่อ

               อย่างเรื่องของ ไข่ คงเป็นกรณีตัวอย่างได้ดี ช่วงหนึ่งมีการส่งเสริมให้กินเนื้อ นม ไข่ กันสุดฤทธิ์ เพราะกลัวเราจะเตี้ยเหมือนญี่ปุ่น อยากสูงสง่าเหมือนฝรั่งว่างั้นเถอะ แต่พอมาระยะหลังๆนี้มีการนำเสนอข้อเสียของเนื้อ นม ไข่ ว่าเป็นสาเหตุของโรคคอเลสเตอรอลสูงบ้าง เป็นสาเหตุของโรคมะเร็งในระบบต่างๆบ้าง แล้วหันกลับมากินมังสวิรัติ มากินผักกับธัญญพืช

               คนธรรมดาๆที่ไม่ใช่นักโภชนาการ ไม่ใช่ทั้งนักการแพทย์ทางเลือกหรือการแพทย์สมัยใหม่ ไม่รู้จะเลือกฟังใคร เพราะมันยากที่จะเปลี่ยนตัวเองไปกินข้าวกล้อง หรือไปกินแต่ผัก ชีวิตมันคงเหี่ยวเฉาถ้าขาดรสอร่อยๆของอาหารที่เราชื่นชอบ เราก็คงต้องยึดทางสายกลาง พร้อมทั้งไตร่ตรองศึกษาหาความรู้กันต่อไป

               ในโลกของความเป็นจริงเราคงไม่สามารถตัดเสื้อแบบเดียวกัน สีเดียวกัน ขนาดเท่ากัน ให้คนทั้งเมืองใส่ให้เหมือนๆกันได้ เช่นเดียวกับที่เราไม่สามารถให้คำตอบเดียวกับทุกคนได้แม้แต่เรื่องอาหารและยา

               กลับมาในเรื่องของไข่ ไข่เป็นแหล่งโปรตีนที่มีคุณภาพสูง ไข่ 1 ฟอง มีโปรตีนถึง 12 กรัม โปรตีนดังกล่าวยังมีโครงสร้างเช่นเดียวกับโปรตีนของมนุษย์ เหตุนี้ ไข่จึงเป็นโปรตีนที่เหมาะกับร่างกาย มีการเปรียบเทียบการเจริญเติบโตในหนูขาวโดยให้อาหารที่มีแหล่งโปรตีนจากไข่ กับแหล่งอาหารที่มีโปรตีนมาจากนม พบว่าการเพิ่มน้ำหนักในหนูขาวที่ได้รับโปรตีนจากไข่จะสูงกว่า

               ดังนั้น ไข่จึงจำเป็นอย่างยิ่งในเด็กที่ต้องการการเจริญเติบโต นอกจากนั้น ยังมีแร่ธาตุต่างๆมากมาย เช่น เซเลเนียม เหล็ก สังกะสี ทั้งยังมีวิตามินต่างๆเกือบครบ ยกเว้นวิตามินซี เมื่อเทียบกับสารอาหารที่ได้รับแคลอรี ชนิดและปริมาณของสารอาหารที่ได้รับนั้นมีมากมายเกินกว่าจำนวนแคลอรีของไข่ ไข่จึงควรจะเป็นอาหารของคนลดน้ำหนักอย่างยิ่ง

               นอกจากนี้แล้ว ไข่จึงควรเป็นอาหารของผู้สูงอายุ เนื่องจากในไข่ 1 ฟอง มีเลซิติน (Lecithin) สูงกว่าถั่วเหลืองถึง 23 เท่า ซึ่งเจ้าสารเลซิตินที่ว่านี้มีสารชื่อโคลีน (Choline) เป็นส่วนประกอบอยู่ สารโคลีนตัวนี้จะถูกนำไปสร้างสารที่จำเป็นในการส่งกระแสประสาท ชื่ออเซติลโคลีน (Acethylcholine)

               ยังมีรายงานว่า การได้รับเลซิตินในอาหารทุกวันจะเป็นการรักษาความจำเสื่อมในผู้สูงอายุ ดังนั้น การรับประทานไข่แดงจึงเป็นการป้องกันความจำเสื่อมในผู้สูงอายุ ในคนทั่วไป และเด็กๆ การได้รับเลซิตินจะทำให้ความสามารถในการเรียนรู้ และการจำของสมองดีขึ้น

               แต่ปัจจุบัน ไข่เป็นอาหารเกือบจะต้องห้ามของผู้สูงอายุ เนื่องจากเชื่อว่าไข่มีคอเลสเตอรอลอยู่ 235 มิลลิกรัม ในหนึ่งฟอง คนเราในวันหนึ่งๆ ควรได้รับคอเลสเตอรอลวันละ 300-400 มิลลิกรัม (แต่คนที่มีคอเลสเตอรอลสูงควรได้รับต่ำกว่านี้) แม้ไข่จะมีคอเลสเตอรอลสูงแต่ไม่จำเป็นต้องงด หากกินไข่ไม่เกินปริมาณของคอเลสเตอรอลที่ได้รับแต่ละวัน และหากรับประทานผักที่มีเส้นใยร่วมด้วยจะลดการดูดซึมของคอเลสเตอรอลไปได้มาก

               จริงๆแล้ว คอเลสเตอรอลในร่างกายของคนเราเกิดจากเนื้อเยื่อในร่างกายถึง 80% เพียง 15-20 % เท่านั้นที่มาจากอาหารที่เราบริโภค คอเลสเตอรอลในอาหารบริโภคในปริมาณที่เหมาะสมแล้วจะมีผลเพิ่มระดับคอเลสเตอรอลเพียงเล็กน้อยเท่านั้น คือ หากรับประทานอาหารที่มีคอเลสเตอรอลเพิ่มขึ้น 100 มิลลิกรัม จะมีผลทำให้ระดับคอเลสเตอรอลในเลือดเพิ่มขึ้นเพียง 2.2 มิลลิกรัม/เดซิลิตร

               ปัจจัยที่ทำให้คนมีระดับคอเลสเตอรอลในเลือดสูงนั้นคงมิใช่บริโภคอาหารที่มีสารตัวนี้สูงเท่านั้น ยังมีอีกหลายๆปัจจัย เช่นนิสัยการขับถ่าย ชนิดของอาหารที่รับประทานในแต่ละวัน ความอ้วน เป็นต้น จึงเป็นที่น่าเสียดายที่คนเราจะไปกลัวอาหารที่ราคาถูกแต่คุณค่าสูงเช่นไข่ หรือถ้ากลัวการเพิ่มของคอเลสเตอรอลในเลือดจริงๆ ก็คัดไข่แดงออกรับประทานเฉพาะไข่ขาวก็แล้วกัน จริงๆแล้วเจ้าตัวร้ายที่ทำให้คอเลสเตอรอลในเลือดสูงน่าจะเป็นน้ำมันชนิดอิ่มตัวต่างๆมากกว่า

               ในเรื่องของคุณค่าทางยา ไข่ขาวถือว่าเป็นยาแก้พิษชั้นยอด หากพลั้งเผลอรับประทานสารพิษเข้าไปก็ให้รีบกลืนไข่ขาวตามลงไป ไข่ขาวจะไปยับยั้งการดูดซึมของสารพิษไม่ให้เข้าสู่ร่างกาย นอกจากนั้น ชาวจีนยังเชื่อว่าหากให้เด็กที่เป็นโรคหอบหืดโดยเฉพาะในหน้าหนาว ช่วงที่ร่างกายไม่แข็งแรง รับประทานไข่ดาวราดน้ำผึ้งเป็นประจำจะช่วยให้เด็กแข็งแรงหายจากโรคหอบหืด

               ยาใส่แผลไฟไหม้น้ำร้อนลวกของคนไทยโบราณมักนิยมใช้น้ำมันมะพร้าว น้ำปูนใส ตีผสมกับไข่แดงทาแผลบ่อยๆ (ห้ามถูกน้ำ) เพื่อดับพิษร้อนและช่วยให้แผลหายเร็วขึ้นและไม่เป็นแผลเป็น

               ส่วนในเรื่องของเครื่องสำอาง เลซิตินในไข่แดงเป็นสารที่มีคุณสมบัติเป็นไลโปโซมที่สร้างเสริมให้เยื่อหุ้มเซลส์มีความแข็งแรงชะลอความแก่ชราของผิวหนังและนอกจากนี้เป็นสารธรรมชาติที่มีคุณสมบัติในการชะล้างโดยไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองแต่อย่างใด คอเลสเตอรอลในไข่แดงยังช่วยให้เกิดความชุ่มชื้นที่ผิวหนังและเส้นผม เราสามารถนำไข่แดงมาพอกหน้า ผสมน้ำผึ้ง น้ำนม จะช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื่น คนที่สระผมบ่อย แต่ก็มีรังแคอยู่ดี เราเรียกอาการเช่นนี้ว่าชะล้างเกินเหตุ หนังหัวเลยขาดความสมดุล ลองนำไข่มาทำแชมพูดู โดยใช้ไข่ไก่สัก 1-2 ฟอง ตีกับน้ำสัก 50-100 ซีซี ใช้สระเหมือนแชมพูทั่วไป จากนั้นก็ล้างออกให้เกลี้ยง ส่วนสุดท้ายให้ล้างด้วยน้ำมะนาว 30 ซีซี ผสมน้ำ 1 ลิตร ชโลมผมแล้วล้างออกอีกที ผมจะนุ่มมีน้ำหนักอย่างไม่น่าเชื่อ

               สำหรับไข่ขาวนิยมทาบนใบหน้าให้เป็นฟิล์มบางๆ ปล่อยให้แห้ง เมื่อลอกออกจะดึงสิวเสี้ยนและเซลส์ที่ตายแล้วออกมา ทำให้ผิวหนังเต่งตึงได้ชั่วคราว

               ไข่มีคุณค่าเหลือหลาย รัฐบาลไหนที่ทำให้ไข่แพงถือว่าเป็นการทำร้ายประชาชนอย่างสาหัส เพราะไข่จำเป็นต่อทุกเพศทุกวัย สำหรับคนที่ยังกลัวไข่อยู่ก็ขอให้หันมาทบทวนปรัชญาตะวันออกที่มองว่าไม่มีสิ่งใดดีที่สุดหรือเลวสุด แต่สรรพสิ่งต้องมีความสมดุล จึงจะดำรงอยู่ได้

               ดังนั้น เราคงต้องยึดหลักแบบแผนการบริโภคที่หลากหลาย สมดุล และพอดี


จากบทความ สมุนไพรเพื่อสุขภาพ -- โครงการสมุนไพรเพื่อการพึ่งตนเอง -- มูลนิธิสุขภาพไทย
มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับที่ 976 พฤษภาคม 2542