Make your own free website on Tripod.com
       ผัก.....ผลไม้ รักษาโรค            

          ผลไม้บางอย่าง สามารถนำมาทำยากลางบ้าน ช่วยรักษาโรคบางอย่างได้ เพื่อเป็นการประหยัดเงิน หากนำมาใช้ดูบ้างก็ไม่ผิดกติกาอันใด จึงขอรวบรวมมาไว้ในที่นี้

          -  มะม่วง
          -  ใช้มะม่วงสุก ปอกเปลือก ฝานเนื้อออกเป็นแผ่น ๆ วางบนตะแกรงผึ่งแดด ใช้ผ้าขาวบางคลุมป้องกันแมลงวัน ผึ่งจนแห้ง นำมาใส่ชาม เทนมสดลงไปให้ท่วมเนื้อมะม่วง ทิ้งไว้ 1-2 ชั่วโมง นำมาคนให้คนป่วยดื่ม จัดว่าเป็นยาบำรุงกำลังอย่างดี
          -  ใช้เนื้อมะม่วงสุกดองกับน้ำมันพืช โรยผงมัสตาร์ด 1/2 ช้อนชา ทิ้งไว้ 1 คืน รับประทานกับอาหาร ใช้เป็นยาระบายได้เป็นอย่างดี
          -  ใช้มะม่วงพันธุ์ที่มีรสดปรี้ยวจัด เก็บจากต้นใหม่ ๆ เป็นมะม่วงดิบ นำมาต้มทั้งผลจนเหลวเละ ตักเปลือกและเมล็ดออก คนให้ข้นเหมือนน้ำซุป ดื่มแก้โรคประสาท แก้เบื่ออาหาร แก้อ่อนเพลีย ไม่มีแรง ช่วยให้ร่างกายกระชุ่มกระชวยขึ้น

          คลิ๊กเพื่อขยาย-  สตรอเบอรี่
          -  นำใบสตรอเบอรี่สดมาแช่น้ำทิ้งไว้ค้างคืน แล้วนำมาอมบ้วนปาก จะใช้เป็นยาแก้กลิ่นปากได้อย่างดี ทำให้ลมหายใจสดชื่น ใช้กลั้วคอ แก้อาการเจ็บคอ ทำให้เหงือกแข็งแรง แก้โรคปากเป็นแผลได้
          -  ใบและรากสตรอเบอรี่ตากจนแห้ง ใช้ชงกับน้ำเดือด ดื่มแทนน้ำชา ใช้ใบ และรากสตรอเบอรี่ 2 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำเดือด 1 กาขนาดกลาง สำหรับสตรที่มีประจำเดือนไม่ปกติ มาไม่สม่ำเสมอ จะหายเป็นปกติ
          -  ใช้เหล้าไวน์ 1 ถ้วยตวง ใส่รากและใบสตรอเบอรี่ที่ตากแห้ง 1/2 ถ้วยตวง ต้มให้เดือดแล้วกรองเอาแต่น้ำ ให้คนที่เป็นโรคตับอักเสบ โรคเลือดออกตามไรฟัน โรคท้องร่วง โรคทางเดินปัสสาวะ ดื่มก่อนอาหารทุกมื้อ อาการป่วยจะทุเลาลงได้
          -  รับประทานสตรอเบอรี่สด มีคุณประโยชน์สำหรับผู้ที่เพิ่งฟื้นไข้ คนป่วยที่เป็นโรคเกี่ยวกับตับ โรคเหน็บชา หรือโรคปวดตามข้อ โรคเกาต์ และโรคความดันโลหิต
          -  ใช้ใบสตรอเบอรี่ซ้อนกันหลาย ๆ ใบ นำมาประคบแก้รอยช้ำบวมบนร่างกาย
          -  นำใบสตรอเบอรี่ และรากที่ตากแห้งแล้ว มาใส่โถปั่น ปั่นจนเป็นผงใช้แทนยาสีฟัน ทำให้ฟันขาวเป็นเงางาม

คลิ๊กเพื่อขยาย          -  แตงโม
          -  น้ำแตงโม ดื่มในขณะที่เป็นไข้ตัวร้อน จะช่วยลดความร้อนในร่างกายได้ เม็ดแตงโมกินแก้โรคตับ เป็นยาถ่ายพยาธิ
          -  น้ำแตงโมผสมน้ำตาลทรายเล็กน้อย เติมน้ำกุหลาบ ดื่มเพื่อลดไข้ได้
          -  ถ้ามีอาการปวดกระเพาะปัสสาวะ ให้กินเมล็ดแตงโมมาก ๆ จะช่วยบรรเทาได้
          -  สำหรับผู้ที่ต้องการลดความอ้วน รับประทานแตงโมได้ตามสบาย เพราะแตงโมมีแคลอรี่ต่ำ มีธาตุโปแตสเซี่ยม และมีแร่ธาตุอื่น ๆ รวมทั้งวิตามินที่มีคุณประโยชน์ รับประทานได้ ไม่จำกัดจำนวน
          -  น้ำคั้นจากแตงหอม หรือที่เรียกว่าแคนตาลูป ผสมน้ำกลิ่นกุหลาบ เจือน้ำตาลเล็กน้อย ใช้แทนยาลดไข้ได้
          -  เมล็ดแตงหอม นำมาแช่น้ำเกลือ แล้วตากแห้ง แกะเปลือกออก รับประทานเนื้อ แก้โรคตับ ปัสสาวะไม่ออก แก้โรคเกี่ยวกับกระเพาะปัสสาวะ

คลิ๊กเพื่อขยาย          -  กระเทียม  1 กลีบ บดละเอียด ใส่ถ้วยชา บีบมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ ใบสะระแหน่บด 1 ช้อนชา ใส่น้ำร้อน 1 ถ้วยชา ปิดฝาทิ้งไว้ 5 นาที กรองด้วยผ้าขาวบาง เติมน้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ จิบครั้งละ 1 ช้อนชา วันละ 2 ครั้ง อาการเป็นหวัด และเจ็บคอจะหายไป

          -  หอมหัวใหญ่สับ 1/2 ถ้วยตวง เคี่ยวกับน้ำ 1 1/2 ถ้วยตวง เคี่ยวจนหัวหอมเละ ซอยมันฝรั่งบาง ๆ ใส่ลงในหม้อที่เคี่ยวหัวหอมจนมันฝรั่งสุก ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย รับประทานเหมือนน้ำซุป จะแก้โรคแพ้ ผื่นคัน โรคลมพิษ ซุปมันฝรั่งนี้ มีวิตามินซี บี จะช่วยขับถ่ายพิษ และสร้างเลือดขึ้นใหม่

          -  สับปะรด
          -  ล้างหน้าให้สะอาด แล้วใช้เนื้อสับปะรดสุกสับละเอียด ใช้พอกหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วล้างออก จะช่วยลดความมันบนฝบหน้า ทำให้ผิวหน้าสดใส
          -  น้ำสับปะรด 2 ช้อนโต๊ะ ผสมไข่แดงดิบ 1 ฟอง น้ำส้มสายชู 1/4 ช้อนชา คนให้เข้ากัน ใช้แช่เล็บ 30 นาที หนังบริเวณรอบ ๆ เล็บจะอ่อนตัว ทำให้ตัดแต่งหนังรอบเล็บได้ง่าย
          -  สารเอนไซม์ในสับปะรด ช่วยขจัดกลิ่นอาหารคาวที่ติดปากให้หมดไป ควรรับประทานสับปะรดเป็นผลไม้หลังรับประทานอาหารแล้ว
          -  สับปะรด ช่วยระบบย่อยอาหาร ป้องกันท้องผูกได้
          -  ใช้เนื้อสับปะรด เป็นยากำจัดหูดได้ โดยตัดเนื้อสับปะรดแปะลงบนหูด ปิดทับด้วยพลาสเตอร์ ทิ้งไว้จนเนื้อสับปะรดเละจึงเปลี่ยนใหม่ ทำเช่นนี้บ่อย ๆ หูดจะอ่อนตัวและหลุดหายไปเอง

          -  ทับทิม  นำน้ำที่คั้นจากผลทับทิม ทาผิว ช่วยให้สดชื่น ขจัดความมันบนใบหน้า เมื่อทาแล้วต้องรีบล้างหน้าให้สะอาดโดยเร็ว ถ้าทิ้งไว้นานจะทำให้ผิวคล้ำ

          ผักที่ใช้เป็นสมุนไพร

          -  ขิง
คลิ๊กเพื่อขยาย           -  ขิงเป็นพืชชนิดหนึ่ง มีทั้งขิงเล็กขิงใหญ่ ขิงเล็กเผ็ดกว่าขิงใหญ่ นำมาประกอบอาหารได้หลายอย่าง ถ้าเป็นขิงอ่อน ใช้ดอง รับประทานกับอาหารหลายอย่าง เพื่อแก้เลี่ยน ใช้เป็นส่วนประกอบของอาหาร เช่น เมี่ยงคำ ไก่สามอย่าง รับประทานกับแหนม ไส้กรอกอีสาน ทำอาหารไก่ หมู เครื่องในไก่ หรือเอามาทำยา
          -  ขิงมีสรรพคุณทางยาเกี่ยวกับท้อง แก้หวัด ทำยาแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ยาแก้อักเสบ ยาแก้เมารถเมาเรือ เหง้าขิงที่มีอายุ 11 ถึง 12 เดือน จะมีฤทธิ์แรง ขิงให้คุณประโยชน์ คือ ต้นขิงใช้ต้มกิน ขับถ่ายลมในท้อง ในลำไส้ ทำให้ท้องสบาย แก้ลมวิงเวียน ใบขิง ใช้ต้มกินแก้โรคกำเดา ดอกขิงใช้ต้มกิน แก้โรคตาเปียกตาแฉะ แก้เบาไม่ปกติ แก้นิ่ว รากขิงใช้ต้มกิน ทำให้ลำคอโล่งโปร่ง บำรุงเสียง ทำให้เสียงเพราะ แก้ลมแน่นในหน้าอก เป็นยาเจริญอาหาร แก้พรรดึก แก้ไข้
          -  ขิงแก้ไขหวัด ใช้ขิงแก่ 10 - 15 แว่น ใช้ต้มกับน้ำ 1 - 2 แก้ว กรองเอาแต่น้ำแล้วดื่มให้หมด แก้อาการปวดเมื่อยและรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ ได้
          -  ใช้ขิงสด บด คั้นเอาแต่น้ำ ผสมกับน้ำต้มสุก ดื่ม จะช่วยแก้ไข้หวัด และน้ำมูกไหล
          -  บดขิง คั้นให้ได้น้ำ 3 ช้อนโต๊ะ ดื่มแก้ท้องอืด อึดอัดแน่นในท้องได้อย่างดี
          -  นำขิงมา 7 แว่น ทุบให้แตก ชงด้วยน้ำเดือดจัด ใส่เกลือและน้ำตาลพอมีรสหวาน เค็ม ดื่ม จะแก้อาการปวดท้อง ท้องเสีย ท้องอืด ท้องเฟ้อได้
          -  นำเอาขิงแก่หั่นเป็นชิ้นบาง ๆ ตากแดดจนแห้ง แล้วนำมาบดให้เป็นผง ผสมน้ำผึ้งปั้นเป็นก้อนเท่าเม็ดพุทรา รับประทานครั้งละ 2 เม็ด วันละ 4 เวลาหลังอาหารและก่อนนอน ช่วยแก้อาการท้องอืดได้
          -  นำขิงแก่ 1 แว่น ต้ม กรองเอาแต่น้ำผสมน้ำผึ้ง ช่วยขับเสมหะ แก้ปากคอเป็นแผล แก้ปากเปื่อย
          -  นำขิงที่ได้จากเหง้าขิงแก่นำมาต้ม ดื่มแก้ลมป่วงทุกชนิด แก้ท้องร่วงอย่างแรง แก้บิด แก้อุจจาระมีสีเหลืองเนื่องจากน้ำดีตกลำไส้ แก้ไอลึก ๆ มาจากยอดอก แก้สะอึก แก้โรคลมร้ายทั้งปวง แก้โรคเกี่ยวกับตา แก้ปวดเมื่อยขัดยอก
          -  ผู้ที่ไม่ควรกินขิง คนที่มีไตไม่ดี คนที่มีผิวหนังเป็นตุ่มคัน เป็นแผลพุพอง คนที่เป็นโรคร้อนใน ไม่ควรกินน้ำขิง เพราะขิงเป็นยาร้อน
          -  ขิงเล็ก มีแง่งขิงที่ไม่ค่อยใหญ่ แง่จะเบียดกัน มีรสชาติค่อนข้างเผ็ด นิยมใช้เป็นสมุนไพรในการประกอบยารักษาโรค
          -  ขิงใหญ่เนื่อละเอียด ไม่มีเสี้ยน รสเผ็ดน้อย แง่งใหญ่ สีขาวอมเหลือง ส่วนมากเป็นขิงที่นำมาทำอาหารรับประทาน
          -  ขิงเล็กและขิงใหญ่ นำมาทำยาได้เหมือนกัน แต่ขิงเล็กมีสรรพคุณทางยามากกว่าขิงใหญ่

          -  ขี้เหล็ก  ใช้ดอก ใบอ่อน ทำแกงขี้เหล็กเนื้อย่าง ใช้เป็นยาระบาย ฟอกล้าง ถ่ายพิษร้ายทั้งปวง แก้เหน็บชา

คลิ๊กเพื่อขยาย          -  ข้าวโพด  เป็นฝักแก่ - ต้มเผา ทำเต้าส่วนข้าวโพด ตะโก้ข้าวโพด ข้าวโพดคลุกกับมะพร้าวขูด ทอดมันข้าวโพด ข้าวโพดน้ำกะทิ เมล็ดข้าวโพดจะมีน้ำนมและแป้ง ทำน้ำมันข้าวโพด แป้งข้าวโพด ฝักอ่อนใช้ผัดกับหมู - กุ้ง แกงส้มกับปลา ต้มจิ้มน้ำพริก เป็นผักใส่ในเปรี้ยวหวาน ในสลัด ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ ถ้ารับประทานถึง 400 กรัม

          -  ลูกผักชี  เป็นเครื่องเทศ ใส่ในเครื่องแกงเผ็ด ใช้ 3 เท่าของเมล็ดยี่หร่า เป็นน้ำมันหอมระเหย ช่วยกระตุ้นน้ำย่อย

          -  มันแกว  หัว ปอกเปลือก จิ้มพริกกะเกลือ ชุ่มคอดี หรือนำมาผัดกับหมู ทำทับทิมกรอบ รับประทานกับน้ำเชื่อม หัวมันแกวเป็นยาระบายท้อง ใบมันแกวเป็นยาขับพยาธิ ใช้แก้โรคผิวหนัง

          -  มะกรูด  ใบใช้เป็นผักใส่ในแกงเผ็ด ผัดเผ็ด ปลา หมู กุ้ง เนื้อ แกงฉู่ฉี่ปลา แกงต้มส้ม ใส่ในหน้ากุ้ง ห่อหมก ฉีกใส่เป็นใบ ๆ และหั่นฝอยเพื่อดับคาว เปลือกเป็นส่วนหนึ่งของผลมะกรูด เรียกกันว่า ผิวมะกรูด มีคุณสมบัติเป็นยา เป็นส่วนผสมของแกงเผ็ด ผัดเผ็ด ใช้ดมเวลาวิงเวียนเป็นลม ใช้เป็นยากินแก้ลม หน้ามืด วิงเวียนศีรษะ ลูกมะกรูดใช้เป็นยาสระผม ทำให้ผมดำเป็นเงา

          -  ลูกหว้า  ผลกลมยาว มีลักษณะคล้ายองุ่น สีม่วง อมดำ รสอมเปรี้ยวอมหวาน จิ้มเกลือจะมีรสหวานขึ้น ใบมีกลิ่นหอมคล้ายมะม่วง ใช้ผลทำไวน์ ทำน้ำส้มสายชู เมล็ดใช้เป็นยาแก้เบากวาน แก้ท้องร่วง

          -  สะเดา  ยอดอ่อน ดอกอ่อน นำมาลวกน้ำเดือด เป็นผักจิ้มน้ำพริกเผา น้ำปลาหวาน แกล้มกุ้งเผา ปลาดุกปลาช่อนย่าง แม้จะมีรสขมเล็กน้อย ยอดและดอกสะเดาเป็นยาช่วยเจริญอาหาร ช่วยขับน้ำย่อย ราก ใช้แก้ไข้ ใช้บำรุงไฟธาตุ

          -  ข่อย  เป็นต้นไม้ใหญ่ กิ่งอ่อนทุบ ใช้เป็นไม้สีฟัน ทำให้ฟันแน่นทนทาน ลูกสุกรับประทานได้ ให้วิตามินซี เมล็ดเอาไปบดทำยาผสมเป็นยาอายุวัฒนะ ใบเป็นกระดาษทรายขัดพื้นไม้ ใช้ขัดปลาไหลให้หมดเมือก ใบหั่นฝอยเอามาคั่ว ชงน้ำดื่มแก้ปวดท้องประจำเดือน

          -  อุตพิต  เป็นพืชหัวอยู่ใต้ดิน ใบเป็นรูปสามเหลี่ยม ดอกมีกลิ่นเหม็น ก้าน ลอกผิวออก นำมาแกงส้ม ดอง มีประโยชน์ทางยา รากใช้เป็นยาพอกบำบัดริดสีดวงทวาร รับประทานกับกล้วยสุกแก้ปวดท้อง ใช้ทาแก้พิษงู

          สรรพคุณทางยา ของเครื่องปรุงเครื่องแกง

          เครื่องปรุงและผักหญ้าล้วนแต่มีสรรพคุณที่เป็นยา ทั้งให้กลิ่นหอมและความอร่อย

คลิ๊กเพื่อขยาย          -  พริกแห้ง  มีหลายสี สีแดงสด ส้ม แดงคล้ำ เป็นสารที่มีกลิ่นฉุน เผ็ดร้อน ช่วยทำให้เจริญอาหาร บำรุงธาตุ

          -  พริกไทย  มีทั้งพริกไทยขาว และพริกไทยดำ ส่วนมากใช้สีขาว เป็นส่วนหนึ่งของเครื่องแกง นำมาป่น ใช้ปรุงรสอาหารเพื่อดับกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์ ถ้าใส่มาก ทำให้เผ็ดและร้อน ช่วยเจริญอาหาร เป็นยากระตุ้น และบำรุงธาตุ

          -  ข่า  ใส่ในเครื่องแกงเผ็ด ผัดเผ็ด ใส่ในอาหารที่ทำจากเนื้อสัตว์ เครื่องในสัตว์ แก้คาว ใส่ในต้มข่าไก่ ข้าวต้มปลา ลาบ ต้มเครื่องในวัว จะปอกเปลือกนอกออกหั่นเป็นชิ้น ๆ หรือซอยให้ละเอียด เป็นส่วนหนึ่งในเครื่องแกงเผ็ด ช่วยชูรสอาหาร เป็นยาแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แก้ปวดท้อง

          -  ขิง   นำมาทำอาหารได้ทั้งแก่ และอ่อน ต้องปอกเปลือกออกก่อน มีกลิ่นหอม ขิงแก่มีเสี้ยน ขิงอ่อนไม่มีเสี้ยน ประกอบอาหารพวกเนื้อสัตว์ ดับกลิ่นคาว มีรสเผ็ดเล็กน้อย ถ้าอ่อนให้ดองเปรี้ยวหวาน ถ้าแก่ปานกลางใช้ดองเปรี้ยวเค็ม ถ้าแก่จัดให้ทำยาแก้ท้องอืด แก้ปวดท้อง

          -  ขมิ้น  เป็นพืชตระกูลเดียวกับขิง ข่า กระชาย ใช้แง่ง หรือเหง้าใต้ดินเป็นเครื่องเทศประกอบอาหาร ปอกเปลือกออกก่อน สีเหลืองสด ปรุงแต่งรสอาหารให้น่ารับประทาน ทำให้มองดูเป็นสีเหลืองทอง แก้คาวของเนื้อสัตว์ เป็นเครื่องปรุงใบยา มีสรรพคุณเป็นยารักษาผิว แก้ท้องอืด

          -  ชะเอมเทศ  ใส่พวกอาหารดอง และอุตสาหกรรมท้อฟฟี่ มีสรรพคุณในทางยา ช่วยทำให้ชุ่มคอ แก้ไอ ใช้แต่งรสหวานในยา ช่วยให้มีรสหวานในอาหาร สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน รับประทาน และรักษาโรคกระเพาะอาหารเป็นแผล

          -  ใบพลู  ใช้รับประทานกับหมาก ใช้ใบทาปูนแดง และมียาฉุนและยาจืดรวมอยู่ด้วย ที่เป็นยาคือใบพลู มีสรรพคุณในการแก้ลมพิษที่ผิวหนัง ใช้โขลกผสมเหล้าโรง ทาตรงที่เป็นลมพิษ

          -  กานพลู  เป็นดอกเล็ก ๆ เป็นเครื่องเทศในแกงเผ็ด แกงมัสมั่น มีสรรพคุณในทางยา แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แก้ปวดท้อง แก้อาการปวดฟัน

          -  แค  ดอก - ยอด ใบอ่อน ต้มจิ้มน้ำพริก แกงส้มกับกุ้งสด สรรพคุณแก้ไข้หัวลม เป็นยาระบายอ่อน ๆ

          อาหารเพิ่มพลัง

          -  โสม  รากของโสมมีลักษณะคล้ายรูปร่างของมนุษย์ เชื่อกันว่าโสมรักษาโรคได้หลายชนิด และเพิ่มพลัง รากสีแดงดีกว่ารากสีเหลือง

          -  น้ำผึ้ง  เป็นทั้งยารักษาโรคและอาหารหลัก เชื่อกันว่าน้ำผึ้งเป็นยาอายุวัฒนะ ชาวกรีกในสมัยโบราณเรียกว่าน้ำอมฤตของปวงเทพ

          -  หน่อไม้ฝรั่ง  มีตัวยาขับปัสสาวะ กระตุ้นต่อมทางเดินปัสสาวะ และให้พละกำลัง

          -  ไข่ปลาคาเวียร์  จัดว่าเป็นอาหารที่มีโปรตีนสูงมาก ให้ความรู้สึกคึกคัก มีชีวิตชีวา รสนุ่ม กลิ่นแรง

          -  คื่นช่าย  มีฮอร์โมนเพศชาย สำหรับคนเป็นโรคความดันโลหิต และโรคหัวใจ ต้นคื่นช่าย 12 ต้น ใช้รับประทานทั้งก้านและใบ ต้มกับน้ำ 1 1/4 ถ้วยตวง นาน 30 นาที ใช้ดื่ม

          -  หอยนางรม  เชื่อกันว่าเป็นอาหารเสริมพลังเพศ ช่วยกระตุ้นอารมณ์ความรักให้มีชีวิตชีวา หอยนางรมมีแคลอรี่ต่ำมาก หอย 1 ตัว จะมีแคลอรี่ 10 แคลอรี่ และไขมันเพียง 2เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนัก ย่อยได้ง่าย มีแร่สังกะสี วิตามินอี

          -  ลูกพีช  ชาวจีนเรียกลูกท้อ ให้วิตามินซี และธาตุเหล็ก กับวิตามินเอ และ อี

          -  เมล็ดฟักทอง  ไม่ว่าจะรับประทานแบบใดก็ตาม ต้ม คั่ว หรืออบแห้ง มีคุณสมบัติช่วยยืดชีวิตรักให้ยืนยาว มีโปรตีน และน้ำมัน มีแร่สังกะสี เชื่อว่าเป็นอาหารอายุวัฒนะประเภทหนึ่ง

          -  วิตามินอี  เชื่อกันว่าทำให้ความหนุ่มและสาวคงอยู่ได้ช่วยเสริมสร้างความเป็นหญิงและชายให้สมบูรณ์แบบ และช่วยเรียกความรู้สึกกระชุ่มกระชวยของชายให้กลับคืนมา ได้จากน้ำมันพืชที่สกัดออกมาด้วยความเย็นโดยเฉพาะน้ำมันจากเชื้อข้าวสาลี จากเมล็ดทานตะวัน น้ำมันข้าวโพด น้ำมันจากเมล็ดพืชต่าง ๆ ผลไม้เปลือกแข็ง ขนมปัง ไข่ บร็อคโคลี่ และผักกาดหอม ทำให้ผิวพรรณชุ่มชื่น สมบูรณ์ขึ้น

เรื่องก่อนหน้า.....สุขภาพสวยด้วยธรรมชาติ                      เรื่องต่อไป.....อะไร...อะไร...ก็ใช่เลย...น้ำพริก

จากหนังสือเรื่อง "สิ่งที่แม่บ้านควรทราบ" โดย "ดุจลดา" สำนักพิมพ์ปาปิรัส